หากใครมีเลือดออกขณะแปรงฟัน นั่นอาจเป็นสัญญาณของ โรคเหงือกอักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่พบได้โดยทั่วไป อาการไม่รุนแรงในช่วงแรกสามารถรักษาเองได้ แต่หากปล่อยไว้และไม่รีบรักษา อาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง เป็นโรคปริทันต์ หรือฟันแท้โยก และหลุดได้
ระยะของโรคเหงือกอักเสบ
ระยะที่ 1 ระยะอักเสบ
เหงือกอักเสบ มีอาการบวมแดง อาจมีเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน หรือขณะใช้ไหมขัดฟัน มีจุลินทรีย์สะสมมากจนเกิดเป็นคราบพลัค
ระยะที่ 2 ระยะก่อนปริทันต์
เหงือกร่นจนเกิดช่องว่างระหว่างเหงือกและฟัน ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปสะสมได้มากขึ้น รวมถึงกระดูกรองรับรากฟันเริ่มถูกทำลาย
ระยะที่ 3 โรคปริทันต์ระยะกลาง
ร่องเหงือกลึกมากขึ้น มีกลิ่นปากเรื้อรัง เจ็บบริเวณที่มีเหงือกร่น ฟันเริ่มโยกจากเชื้อแบคทีเรียที่ทำลายกระดูกรองรับฟัน
ระยะที่ 4 โรคปริทันต์ระยะรุนแรง
เนื้อเยื่อที่รองรับฟันถูกทำลาย เจ็บเหงือกขณะเคี้ยวอาหาร ฟันโยกและเริ่มหลุด ผู้ป่วยระยะนี้ส่วนมากต้องถอนฟันแท้ออกทั้งหมด และในระยะนี้ยังสามารถนำไปสู่โรคอื่นๆได้ เช่น เบาหวาน หรือหัวใจล้มเหลว
โรคเหงือกอักเสบ มีอาการอย่างไร?
- มีเลือดออกตามไรฟัน หากมีเลือดออกตลอดเวลาแสดงว่าเริ่มรุนแรง
- เหงือกบวมแดง หรือเปลี่ยนเป็นสีแดงอมม่วง และมีอาการปวดร่วม
- ฟันร่น ร่องเหงือกลึกกว่าปกติ เป็นเหตุให้ฟันโยก
- มีกลิ่นปาก จากแบคทีเรียที่สะสมจำนวนมาก
โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากอะไร?
- การแปรงฟันไม่สะอาด หรือแปรงฟันผิดวิธี ทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์ หรือคราบพลัค
- ไม่ขูดหินปูน
- สูบบุหรี่ หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง
- ตั้งครรภ์ หรือฮอร์โมนเพศหญิงเปลี่ยนแปลง
- ปากแห้ง
- มีอายุที่มากขึ้น
นอกจากนี้ ยาสีฟันก็อาจเป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้เกิดอาการคล้ายเหงือกอักเสบ หรือทำให้อาการเหงือกอักเสบรุนแรงขึ้นได้ เช่น การใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของผงขัดละเอียด หรือการแพ้ยาสีฟัน การใช้ยาสีฟันที่ไม่ถูกกับโรค และขาดสารที่ดูแลเหงือกโดยเฉพาะ
วิธีการป้องกันโรคเหงือกอักเสบ
- การดูแลช่องปากให้ถูกวิธี แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งทุกเช้าและก่อนนอน ทางที่ดีควรแปรงทุกครั้งหลังทานอาหาร หรือใช้ไหมขัดฟัน
- พบทันตแพทย์ เพื่อทำความสะอาดช่องปากทุก ๆ 6-12 เดือน
- งดการสูบบุหรี่ หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง
โรคเหงือกอักเสบสามารถหายได้
โรคเหงือกอักเสบสามารถหายได้
การรักษาโรคเหงือกอักเสบ มีเป้าหมายเพื่อควบคุมการติดเชื้อ อย่าปล่อยให้โรคเหงือกอักเสบ กลายเป็น โรคปริทันต์ โรคเหงือกอักเสบสามารถรักษาได้ โดยการพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูน และการเกลารากฟัน หากไม่ได้เป็นขั้นรุนแรง สามารถรักษาได้เองที่บ้าน
การรักษาโรคเหงือกอักเสบด้วยตัวเองที่บ้าน
- การแปรงฟันให้ถูกวิธี ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
- การใช้แปรงสีฟันที่ขนอ่อนนุ่ม และควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ 3 เดือน
- การใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของสมุนไพรธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติช่วยดูแลเหงือกและฟัน เช่นยาสีฟันเฟรชมิ้น ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น พิมเสน ใบฝรั่ง น้ำมันหอมระเหยจากมิ้นต์และกานพลู เมนทอล การบูร ใบข่อย และฟลูออไรด์
การดูแลช่องปากอย่างถูกวิธี และใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปากที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันและรักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรงอยู่เสมอ
สามารถติดต่อช่องทางอื่นๆได้
facebook : Freshmintofficial